โทรศัพท์คุณรับข่าวสารได้ทั่วโลก คุณก็สามารถแบ่งปันความประทับใจบันทึกข้อมูลงายๆ ได้ด้วยโทรศัพท์คุณ

ฟรีพื้นที่เขียนเว็บ ฟรีโปรแกรมเขียนเว็บ .com .net .org ใช้งานได้ดี ราคาถูก

วันเด็กแห่งชาติ ๒๕๖๑ รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสวรรค์เทคโนโลยี


     Menu

 


     Side

 




 

คณิตศาสตร์คอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน
คำสั่งเริ่มต้น
  • 1. คำสั่ง หมายเหตุ <! > หมายเหตุนี้เวลาเราเขียนไว้ในเอกสาร html จะไม่ถูกแสดงขึ้นบนเว็บเป็นการเขียนหมายเหตุไว้เฉยๆ เช่น
    <html> <!  นี่คือคำสั่งแรก > เป็นต้น
  • 2. คำสั่งเริ่มต้น <html></html>  คำสั่ง<html> จะถือเป็นคำสั่งเริ่มต้นของการเขียน HTML และคำสั่ง </html> ถือว่าเป็นจุดสิ้นสุดของเอกสาร HTML โดย <html> จะอยู่บนสุดของเอกสาร และ คำสั่ง </html>จะอยู่ล่างสุดของเอกสาร เสมอ

  • 3. ส่วนหัว <head></head>  จะเป็นคำสั่งที่อยู่ต่อจาก คำสั่ง<html> ในคำสั่งนี้จะมีคำสั่งย่อยคือ <title>

  • 4. กำหนดข้อความที่ Title Bar <title></title>  จะเป็นคำสั่งกำหนดข้อความที่ title bar ส่วนบน ที่เป็นชื่อวินโดว์ข้างบน อย่างเช่นหน้านี้ก็จะมีชื่อที่ title bar ว่า "บทที่ 2 คำสั่งเริ่มต้น" เป็นต้น คำสั่งนี้เป็นคำสั่งย่อยของ <head> เวลาเขียน ต้องเขียนดังนี้ <head><title>เขียนข้อความที่นี่</title></head> 

  • 5. ส่วนเนื้อหา <body></body>  ในการแสดงผลของเอกสาร HTML เราไม่สามารถเขียนเนื้อหาตรงที่เป็นส่วนหัว <head>...</head> ได้ส่วนเนื้อหาเราต้องเริ่มด้วยคำสั่ง <body> และปิดด้วย </body> การใส่คำสั่งนี้จะใส่ก็ได้หรือไม่ใส่ก็ได้เพราะ browser จะมองส่วนที่ถัดลงมาจาก <head>...</head> เป็นส่วน <body> ทั้งหมด

  • 6. การเชื่อมลิงค์ <a href="Location or URL">ชื่อเว็บ</a>  การเชื่อมลิงค์นั้นเราต้องทำความเข้าใจว่า tag <a href="ตรงนี้ให้ใส่ url เว็บ หรือ ชื่อ file เช่น http://www.ku.ac.th เป็นต้น><! ตรงนี้ให้ใส่ตัวอักษรที่จะให้แสดง ></a> สมมติว่าผมจะให้ลิงค์ไปที่ www.ku.ac.th และมีข้อความขึ้นแทน thaijaab.com ว่า เว็บมหาลัยสดใสโดนใจวัยรุ่น ผมก็จะให้คำสั่งว่า <a href="http://www.ku.ac.th">เว็บมหาลัยสดใสโดนใจวัยรุ่น</a> ก็จะได้ผลดังนี้ครับ= เว็บมหาลัยสดใสโดนใจวัยรุ่น ลองคลิ้กดูมันก็จะวิ่งไปที่ www.ku.ac.th ทันทีครับ

  • 7. สีสันของเว็บ  ความจริง ลิงค์ของเอกสาร HTML จะเป็นสีน้ำเงิน บนพื้นหลังสีขาวแต่เราสามารถกำหนดสีเหล่านั้นได้เองโดยทำดังนี้

  • 7.1 กำหนดสีฉากหลัง  โดยใส่คำสั่ง  bgcolor="#สีที่ต้องการ <! ตรงนี้ต้องเป็นรหัสสี 6 หลัก> โดยคำสั่งนี้จะต้องอยู่ในคำสั่ง <body> โดยใส่ดังนี้ <body bgcolor="รหัสสี6หลัก">ในการปิดคำสั่งนี้ใช้ </body> อย่างเดียว

  • 7.1 กำหนดสีลิงค์  เหมือนกับการกำหนดสีพื้นหลังโดยเพิ่ม tag ที่เข้าไปใน <body> คือ link="รหัสสี6หลัก" เช่น <body link="รหัสสี6หลัก"> ไม่ต้องมีตัวคำสั่งปิด ใช้ </body> ปิดได้เลย

  • 7.3 รหัสสี  
    สี รหัสสี 6 หลัก
    ขาว #FFFFFF
    ดำ #000000
    เทา #BBBBBB
    แดง #FF0000
    เขียว #00FF00
    น้ำเงิน #0000FF

  • 7.4 การกำหนดสีตัวอักษรหลักของเอกสาร  คือว่าถ้าเราเขียนตัวหนังสือโดยเราไม่ได้กำหนดค่าสีของตัวหนังสือนั้นๆ เราจะให้มันเป็นสีอะไรวิธี เหมือนกันการกำหนด สีของพื้นหลัง และ ลิงค์  ให้เราใส้ tag ว่า tag text="รหัสสี6หลัก" เช่น เราต้องการพื้นหลังสีดำ ตัวหนังสือสีขาว <body bgcolor="#000000" text="FFFFFF"> เป็นต้น 
เกี่ยวกับตัวอักษร
  • 1. หัวเรื่อง<h1>...<h6>  ในหน้าเว็บเพจจะมีหัวเรื่อง การกำหนดขนาดตัวอักษรนั้น เราไม่จำเป็นต้องกำหนดขนาดหัวเรื่องเอง ให้เราใช้คำสั่ง <h1> ถึง <h6> โดย <h1> จะเป็นหัวเรื่องที่มีความสำคัญและ มีขนาดใหญ่ที่สุด ไล่ลง มาเรื่อยๆจนถึง <h6> โดยขนาดจะไล่เล็กลงมาเรื่อยๆ คำสั่งนี้ไม่มี คำสั่งปิดครับ
  • 2. ขนาดตัวอักษร <font size=".."></font>  คำสั่งนี้จะเป็นการกำหนดขนาดของตัวอักษรโดย ขนาดตัวอักษรในเอกสาร HTML จะต่างกับการกำหนดขนาดตัวอักษรของโปรแกรมพวก Word หรืออื่นๆใน windows ทั่วไปขนาดที่ผมชอบใช้คือขนาด 1 เพราะดูง่าย HTML จะมีขนาดถึง 7 โดยเปรียบเทียบ ดังนี้
    ขนาดของ HTML ขนาดของ โปรแกรมทั่วไป
    1 8
    2 10
    3 12
    4 14
    5 18
    6 24
    7 36

  • 3. รูปแบบตัวอักษร   การกำหนดแบบตัวอักษรให้เป็นตัวหนา ตัวเอน ตัวเขียน ขีดเส้นไต้ นั่นง่ายมากครับ ดูตามตารางเลยครับ
    รูปแบบตัวอักษร คำสั่ง
    ตัวหนา bold <b>...</b>
    ตัวเอน italic <i>...</i>
    ขีดเส้นใต้ underline <u>...</u>
    ตัวเขียน typewriter <tt>...</tt>

  • 4. การจัดข้อความให้อยู่กึ่งกลาง <center>...</center>  ถ้าเราต้องการให้ข้อความนั้นอยู่ตรงกลางให้เราใส่ tag <center>...</center> ครอบส่วนที่เราต้องการให้อยู่ตรงกลาง ใช้ได้กับ ทั้งตัวอักษรและรูปภาพ เช่น <center> จะอยู่ตรงกลาง </center>หรือรูปภาพ <center><img src="Location ของรูป"> </center> เป็นต้น

  • 5. ตัวอักษรกระพริบ<blink>...</blink>  ตัวอักษรกระพริบ คำสั่งนี้จะแสดงผลได้เฉพาะใน Netcape เท่านั้น internet explorer และ browser อื่นๆจะไม่แสดงผล เวลาจะทำ ก็ให้เอา tag <blink>..</blink> ครอบข้อความที่เราต้องการจะให้กระพริบ

การขึ้นบรรทัดใหม่ ย่อหน้า เส้นคั่น
  • 1. การขึ้นบรรทัดใหม่ <br>  ให้ใส่ คำสั่ง <br> ลงไป คำสั่งที่ไม่ tag ปิดครับ
  • 2. การย่อหน้า <p>  คำสั่งนี้เอาไว้ย่อหน้าครับจะมี tag ปิดหรือไม่ก็ได้ถ้าจะใช้tag ปิด ก็ให้ใส่ </p> เข้าไปถ้าไม่ใส่ก้อไม่เป็นไรครับ :)

  • 3. เส้นคั่น <hr>  การคั่นข้อความหรือส่วนที่จะแบ่งออกทำให้เกิดความเป็นระเบียบ โดยให้ใส่ tag <hr> ลงไปครับ คำสั่งนี้ไม่มี tag ปิดครับ

  • 3.1 ความยาว และ ความหนาของเส้นคั่น <hr width="number,percent"> และ<hr size="number">  ตามที่เขียนอ่ะครับ ใส่ตาม tag นั่นเลย เปลี่ยนตัวเลข หรือ เปอร์เซนต์ตามต้องการคับ

  • 3.2 เส้นคั่นแบบทึบ <hr noshade>  ใส่ tag ข้างหน้านี้เลยครับ กำหนดขนาด และ ความหนาได้ครับ

  • 3.3 การวางตำแหน่งของเส้นคั่น <hr align="left,center,right"> ใส่ tag <hr align="ตำแหน่ง"> โดย กำหนดตำแหน่งได้เองครับ คือ left= ซ้าย center=กลาง right=ขวา 

การแสดงผลแบบต่างๆ
 
ในการแสดงผลบนเว็บเพจ นอกจากการแสดงผลแบบปกติทั่วไปแล้ว บางครั้งเราอาจมีความจำเป็นต้องจัดรูปแบบการแสดงผลให้เป็นแบบของรายการ (Lists) คือมีการแสดงข้อมูลในลักษณะที่เป็นหัวข้อ ซึ่งอาจมีคำอธิบายหรือไม่มีก็ได้
การแสดงข้อมูลแบบรายการ (Lists)  จะมีรายการแบบมีลำดับ (ใช้หมายเลขกำกับ) หรือรายการแบบไม่มีลำดับ (ใช้สัญลักษณ์กำกับ) แต่ไม่ว่าจะเลือกให้มีการแสดงผลรายการแบบใดก็ตามทั้ง 2 แบบก็มีลักษณะการทำงานที่เหมือนกัน แตกต่างกันเพียงแบบหนึ่งเป็นตัวเลขและอีกแบบหนึ่งเป็นสัญลักษณ์เท่านั้น
  • รายการแบบให้สัญลักษณ์กำกับ <UL>...</UL>
รายการแบบใช้สัญลักษณ์กำกับ (Unnumber Lists หรือ Unorder Lists) <UL>...</UL> เป็นคำสั่งให้แสดงผลข้อมูลแบบรายการโดยไม่ใช้ตัวเลขเป็นตัวแสดงลำดับรายการ เพราะในการแสดงผลจะใช้สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายแทน โปรแกรมเว็บเบราเซอร์แต่ละตัวจะกำหนดรูปภาพที่แสดงออกมาเป็นหัวข้อมนแต่ละรายการแตกต่างกันไป บางโปรแกรมเป็นจุดกลม สี่เหลี่ยม รูปหัวใจ หรือรูปอื่นๆ ตามที่เลือก
ภายใน <UL>...</UL> จะมีคำสั่ง <LI> เป็นส่วนประกอบสำคัญสำคัญของการแสดงรายการของข้อมูล
  • สมาชิกของรายการ <LI> 
เป็นส่วนข้อความที่ถูกนำมาแสดงผลเป็นรายการย่อย โดยข้อความที่นำมาแสดงนั้นจะเป็นข้อความที่ไม่ยาวมากนัก ส่วนใหญ่เป็นหัวข้อเสียมากกว่า
List Item เป็นสมาชิกที่อยู่ภายใน <UL> มีตัวย่อเป็น <LI> ในแต่ละ <UL> จะมีจำนวน <LI> เท่าใดก็ได้ คำสั่งนี้ไม่มีตัวปิด
 
 
  • 1. การใส่รูปภาพลงเว็บเพจ <img src="location รูปภาพ>  ให้ใส่ คำสั่งนี้ลงไป ครับ แค่ กำหนด location หรือ ที่อยู่ของรูปเท่านั้นเองครับ มีปัญหาเรื่อง location คลิ้กที่นี่ครับ
  • 2. เส้นกรอบของรูปภาพ border="number"  คำสั่งนี้เอาไว้กำหนดขอบรูปภาพครับ ให้ใส่ตัวเลขลงไปโดยเลขตั้งแต่ 1 ขึ้นไปโดยใสไว้ใน tag <img src ="location" border="number"> ครับ

การใส่รูปภาพลงเว็บเพจ
 
การใส่รูปลงเว็บเพจ นั้นแนะนำให้ ใช้ file สกุล .gif และ .jpg นะครับ file สกุล gif เนี่ยจะได้ภาพที่สวย แต่ ขนาดของภาพจะใหญ่กว่า jpg ซึ่ง jpg จะแบ่งเป็น 3 ระดับคือ jpg high , jpg medium , jpg low ครับ ซึ่งคุณภาพก็จะต่างกันไป
  • 1. การใส่รูปภาพลงเว็บเพจ <img src="location รูปภาพ>  ให้ใส่ คำสั่งนี้ลงไป ครับ แค่ กำหนด location หรือ ที่อยู่ของรูปเท่านั้นเองครับ มีปัญหาเรื่อง location คลิ้กที่นี่ครับ
  • 2. เส้นกรอบของรูปภาพ border="number"  คำสั่งนี้เอาไว้กำหนดขอบรูปภาพครับ ให้ใส่ตัวเลขลงไปโดยเลขตั้งแต่ 1 ขึ้นไปโดยใสไว้ใน tag <img src ="location" border="number"> ครับ

  • 3. การลิงค์รูปภาพ  ก่อนอื่นต้องเรียนรู้เรื่อง <a href ก่อนนะครับในบทที่ 2 การลิงค์รูปภาพนี่ง่ายมากๆครับ ธรรมดาถ้าเราลิงค์เราจะเขียนว่า <a href="http://www.ku.ac.th">มหาลัยยอดเยี่ยม</a> ตรงสีแดงนั้น ถ้าเราจะลิงค์ให้เป็นรูปภาพแทนที่จะเป็นตัวหนังสือ แทนที่เราจะเขียนข้อความลงไปตรงสีแดงนั้น เราก็ใส่ tag <img src="location รูป"> เข้าไปแทนแค่นี้ก็ได้แล้วครับ

 

ตาราง
 
การออกแบบเว็บเพจที่ดี ก็จำเป็นต้องใช้ตารางในการสร้างเว็บ จะทำให้เว็บดูเรียบร้อยเป็นระเบียบ 
  • 1. โครงสร้างของตาราง  ในการสร้างตารางนั้น จะต้องใช้คำสั่ง <table>...</tables> ให้เป็นคำสั่งเปิดปิดของตารางหนึ่งๆ ( เหมือนกับ<html></html> ในการเปิดปิด เอกสาร HTML หนึ่งๆ ) ในคำสั่ง <table> ก็จะมีคำสั่ง <tr>...</tr> สำหรับการกำหนดแถว( row )ในตาราง และคำสั่ง <td>...</td> สำหรับการใส่ข้อมูลเข้าตารางในแต่ละ คอลัมน์ (column) 

จำนวนคำสั่งของ <td>...</td> จะเป็นตัวบอกจำนวนคอลัมน์ที่เกิดขึ้นในแต่ละบรรทัด(row)

             จำนวนคำสั่งของ <tr>...</tr> จะเป็นตัวบอกจำนวนบรรทัดหรือ row ของในแต่ละตาราง

สมมติว่า เราจะสร้างตารางที่มีขนาด 2 Row 2 Column  หรือ อย่างนี้ 

   
   

เราก็ต้องเขียน html อย่างนี้ : 
<table>
<tr><td>คอลัมน์ที่1</td><td>คอลัมน์ที่2</td></tr>
<tr><td>คอลัมน์ที่3</td><td>คอลัมน์ที่4</td></tr>
</table>

ก็จะได้ผลดังนี้ครับ :

 
คอลัมน์ที่1 คอลัมน์ที่2
คอลัมน์ที่3 คอลัมน์ที่4

  • 2. การกำหนดเส้นกรอบของตาราง <table border="number">  คำสั่งนี้เอาไว้กำหนด ขนาดของขอบ หรือเส้นกรอบตารางครับ ให้ใส่ tag ฺborder= ลงไปที่ <table> เช่น กำหนดขนาดของกรอบ 1 ก็ให้ใส่ <table border="1"> เป็นต้นครับ

  • 3. ความยาว และความสูงของตาราง  ให้เราใส่ tag width="x%" (สำหรับความกว้าง,ยาว) ใส่ height="x%" (สำหรับความสูง) โดยใส่ไปใน <table> เช่น ความกว้าง 50% สูง 10% ก็ให้ใส่ <table width="50%" height="10%"> ครับ

Frame
 
Frame คือการแบ่งจอภาพออกเป็นส่วนๆ  แต่ละส่วนนั้นเป็นของตนเองไม่เกี่ยวข้องกัน เช่น เฟรมด้านซ้าย อาจจะชื่อ content.html  เฟรมขวามือชื่อ main.html เมื่อเอา  2 อันนี้มาทำเฟรมรวมกัน แล้วตั้งชื่อเป็น index.html เป็นต้น 
  • 1. รูปแบบของคำสั่ง  
<HTML>
<HEAD><TITLE>เฟรม</TITLE></HEAD>
<FRAMESET ROWS(COLS)="ตัวเลข(pixel) หรือ %">
<FRAME SRC=ชื่อไฟล์ที่ต้องการแสดงผล หรือ ชื่อเว็บไซต์>
<FRAME SRC=ชื่อไฟล์ที่ต้องการแสดงผล หรือ ชื่อเว็บไซต์>
</FRAMESET>
</HTML>
<!  ROWS จะแสดงผลแบ่งเฟรมตามขวาง COLS จะแสดงผลแบ่งเฟรมตามยาว >

ตัวอย่าง

<HTML>
<HEAD><TITLE>เฟรม/การแบ่งจอภาพ</TITLE> </HEAD>
<FRAMESET ROWS="20%,80%"><! ตรงนี้ถ้าเราใส่ ="20%,*" ก็ได้ตรงเครื่องหมายดอกจัน * เครื่องจะคำนวนเองว่าจะใช้อะไร >
<FRAME SRC="top.html">
<FRAME SRC="main.html">
</FRAMESET>
</HTML>


จะได้ผลดังนี้ :

top.html
 

main.html

 

 

<HTML>
<HEAD><TITLE>การแบ่งจอภาพ ( FRAME )</TITLE></HEAD>
<FRAMESET COLS="20%,*">
<FRAME SRC="content.html" >
<FRAME SRC="main.html">
</FRAMESET>
</HTML>


จะได้ผลดังนี้ :

content.html  

 

main.html

 

 

  1. การออกแบบเว็บเพจที่ดี

ขั้นตอนการออกแบบเว็บเพจ
  • เราต้องมีความสนใจเกี่ยวกับ รูปแบบเว็บเพจ ให้เว็บเพจใช้งานง่าย และสวยงาม ดูตามรายละเอียดข้อล่างและนำไปประยุกต์ใช้สิครับรับรองว่าคุณจะต้องทำเว็บเพจได้ดีแน่ๆ

  • มีรายการสารบัญแสดงรายละเอียดของเว็บเพจนั้น

    การทำให้สารบัญหรือแนะนำหัวข้อให้เว็บเพจนั้น จะทำให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บเรา ได้รู้ว่าเรามีหัวข้ออะไรบ้างและหัวข้อนั้นมีลักษณะเนื้อหาอย่างไร ทำให้เว็บเราน่าสนใจมากขึ้น

    เชื่อมโยงข้อมูลไปยังเป้าหมายได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด

    การเชื่อมโยงข้อมูลในเว็บเพจ จะทำให้เว็บเพจมีความหลากหลายและทำให้ผู้อ่านได้เข้าใจในเนื้อหา มากยิ่งขึ้น ตรงไหนที่มีความสัมพันธ์ กัน ในเว็บเราควรลิงค์ไปที่นั้นๆด้วย การลิงค์นั้นไม่จำเป็นว่าจะเป็ยแบบตัวหนังสือหรือ รูปภาพ แล้วแต่ความสะดวกและความสวยงาม

    เนื้อหากระชับ สั้น และทันสมัย

    ถ้าเนื้อหายาวมากๆ คนอ่านก็จะรู้สึกเบื่อให้เนื้อหานั้นๆ ทำให้ ไม่น่าติดต่อ เราควรย่อให้เหลือแต่ ใจความสำคัญของเนื้อหา และข้อความทันสมัย ทันยุค แต่ไม่มากจนเกินไปและดูน่าเกลียด ใช้ภาษาให้เข้ากับคนทุกวัย

    สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้อย่างทันท่วงที

    ควรให้ผู้ชมแสดงความคิดเห็นได้ด้วย เช่น ใส่เบอร์ mail เรา หรือ icq เพื่อให้คนติดต่อกับเราได้ หรือใช้เว็บบอร์ดให้คนแสดงความคิดเห็น

    มีรูปภาพประกอบการนำเสนอที่ดี แต่ไม่ควรมีรูปภาพมากจนเกินไป

    รูปภาพที่ใช้ควรไม่มากเกินไป แต่ขนาดของภาพไม่ควรใหญ่มากจนคน ชมไม่ได้ เราใช้ภาพที่น่ารัก และเกี่ยวข้องกับเนื้อหาของเว็บจะทำให้เว็บดูดีขึ้นมามาก ถ้าเรามีรูปภาพสวยๆประกอบเว็บ จะทำให้เว็บดูสวยขึ้น(เป็นกอง)

    เข้าสู่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง

    การสร้างเว็บเพจนั้นก็ต้องคำนึงถึง กลุ่มเป้า หมายเช่นเราทำเว็บ น่ารักๆทันสมัย ก็จะถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่น ถ้าเราทำเว็บเกี่ยวกับข่าว ก็จะเป็นที่สนใจของคนทั่วๆไป เป็นต้น

    ใช้งานง่าย 

    หัวข้อนี้น่าจะเป็นรายการแรกสุดของการสร้างเว็บเพจเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าอะไรก็ตามถ้ามีความง่ายในการใช้งาน โอกาสที่จะประสบความสำเร็จย่อมสูงขึ้นเป็นลำดับ

    ทำไงจึงจะสร้างเว็บเพจให้ใช้ง่ายได้ง่ายล่ะ สิ่งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับเทคนิคและประสบการณ์ของผู้สร้างแต่ละคน บางสิ่ง คนหนึ่งอาจจะบอกว่าง่าย แต่กลับอีกคนหนึ่งกลับกลายเป็นสิ่งที่ยากเย็นแสนเข็ญมาก

    20 ขั้นตอนของการออกแบบเวบเพจที่ดีครับ (จาก ponic.com)

    เทคนิคทำเว็บที่ดีและน่าสนใจ
    ปัจจุบันมีเว็บหลายเว็บทั้งน้อยใหญ่เกิดขึ้นมามาก แต่ในจำนวนเหล่านั้นจะมีกี่เว็บที่น่าสนใจ และได้รับความนิยม
    อาจจะเป็นเพราะความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณอาจคาดไม่ถึง ถ้าคุณได้อ่านคอลัมน์ในหน้านี้ อาจจะพอช่วยให้คุณดูแลเว็บ
    ได้ดีขึ้น

    1.ก่อนที่จะทำเว็บ คุณควรคิด Concept ของเว็บซะก่อน ผมแนะนำว่าให้ทำเว็บที่เกี่ยวกับเนื้อหาที่คุณชอบหรือถนัด และต้อง
    มั่นใจว่าดูแลเว็บได้ตลอด อย่างคนที่เล่นเกมบ่อย ๆ รู้ข่าวเกมเยอะ ๆ ก็ทำเว็บเกี่ยวกับเกมได้ แต่คนที่ไม่เคยเล่นเกมเลย
    คงจะทำออกมาไม่ดีเท่ากับคนที่เล่นเกมประจำ ที่สำคัญควรวางแผนและทำงานให้เป็นระบบ อย่าทำงานโดยไร้จุดหมาย เทียบได้
    กับเมื่อเราเดิน เรารู้ว่าจะไปไหน ย่อมจะถึงว่าคนที่เดินโดยไม่รู้จุดหมาย

    2.อย่าท้อเมื่อผลลัพธ์ที่ได้ไม่เหมือนกับจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ ใช้ไหวพริบในการแก้ไขปัญหานั้น ๆ
    ไม่มีเว็บไหนที่สำเร็จโดยราบรื่น คิดซะว่าเมื่อเราเจอ 1 ปัญหาในครั้งนี้ เหมือนกับเรากำจัด 1 ปัญหาในครั้งต่อไป

    3.มีการปรับปรุงและอัพเดตเว็บอยู่เสมอ คงไม่มีใครอยากเข้าบ้านที่ไม่ได้ทำความสะอาดมาเป็นเดือน ๆ ใช่มั้ยครับ คุณควรที่จะ
    ปรับปรุงอัพเดตข้อมูลในเว็บอยู่เสมอ ๆ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามารู้ว่าคุณยังดูแลเว็บอยู่

    4.คุณควรที่จะรู้กลุ่มเป้าหมายของเว็บของคุณว่าเป็นกลุ่มไหน และทำเว็บให้มีเนื้อหาเหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายนั้น ๆ
    เพื่อจะเจาะกลุ่มเป้าหมายนั้นอย่างแท้จริง เช่น ถ้าคุณทำเว็บสดใสวัยรุ่นก็ควรจะมีเนื้อหาพวกเกี่ยวกับ ความรัก, ทำนาย,
    ภาพยนตร์ ฯลฯ

    5.พยายามเน้น Feature (หรือจุดขาย) ของเว็บให้ชัดเจน เช่นผมสร้างเว็บมาเว็บนึง เป็นเว็บรวมสติ๊กเกอร์กว่า
    100000 รูป ซึ่งเป็นจุดที่เด่นที่สุด ก็ควรจะเน้นจุดนี้ให้เด่นกว่าส่วนอื่น ๆ
    6.ความเหมาะสมของเนื้อหากับประเภทของเว็บและ Concept ต้องผสมกันได้อย่างดี อย่างเว็บสดใสวัยรุ่นควรจะเป็นสีสดใส
    เว็บสำหรับกวีกลอนควรจะออกไปทางเรียบง่ายและสงบ ๆ เว็บธุรกิจควรเป็นทางการ คงไม่ดีแน่ถ้าคุณนำรูปชินจังโชว์ช้างน้อยไป
    ใส่ในเว็บธุรกิจของคุณ

    7.พยายามเอาใจและตามกระแสกลุ่มเป้าหมายของคุณ โดยเฉพาะเว็บวัยรุ่น พยายามตามกระแสให้ทัน อันไหนฮิตก็พยายาม
    จับมาใส่ในเว็บ และเมื่อสิ่งที่พวกเขาสนใจมีอยู่ในเว็บคุณแล้ว จะพลาดได้ไง

    8.ความเร็วในการโหลดเป็นสิ่งที่สำคัญในการสร้างเว็บ ไม่มีใครอยากที่จะนั่งรอโหลดเว็บที่มีขนาดใหญ่ เมื่อพวกเขารอไม่ไหว
    ก็จะไปจากเว็บคุณทันที

    9.ควรจัดเว็บให้เป็นระบบ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาได้ค้นหาในเข้าถึงที่ที่เขาอยากไปโดยทันที อย่าทำเว็บให้เหมือนเขาวงกตที่ไม่มี
    ทางออกหรือซับซ้อนเกินไป หรือถ้ามีเนื้อหาเยอะก็ควรทำ Site Map จะช่วยได้ดีมาก หรือถ้าเว็บมีข้อมูลเยอะก็ควร
    ติด Search
    Engine
    ภายในเว็บด้วย

    10.พยายามผสมผสานระหว่างกราฟฟิคและ Text ให้ลงตัวที่สุด อย่าเน้นกราฟฟิคจนทำให้เว็บโหลดช้าและอย่าเน้น
    Text จนทำให้ผู้เยี่ยมชมตาลาย

    11.ผู้ทำเว็บควรรู้จักและใช้ Graphic .Gif กับ .Jpg ให้เป็น รูปที่มีสีน้อย ๆ ควรใช้ .Gif ส่วนรูปที่ใช้สีเยอะ ๆ เช่นรูปถ่ายควรใช้
    แบบ .Jpg

    12.การใช้ Font ที่ขนาดต่าง ๆ กันไป สามารถสื่อความหมายได้ ควรใช้ Font ขนาดใหญ่กับตัวที่เราอยากให้ผู้ชมสนใจ
    และเรียงลำดับความสำคัญรอง ๆ ลงมา หลีกเลี่ยงการใช้ Font ขนาดเดียวกันทั้งเว็บเพราะจะทำให้เว็บดูน่าเบื่อและไม่รู้จุดสนใจ
    หรืออาจจะใช้ ตัวหนา ตัวเอียง หรือขีดเส้นใต้ก็ได้

    13.หลายเว็บอาจจะทำเว็บทำนองเดียวกับคุณ พยายามทำให้แตกต่าง และ Upgrade เว็บคุณให้ดีกว่า

    14.การ Design ใช่ว่าจะไม่สำคัญ เมื่อผู้ชมเข้ามา เค้าควรที่จะได้ First Look ที่ดี นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทำกราฟฟิคแบบ
    สุดยอด ถึงกับลงทุนจ้างกราฟฟิคมือโปร เพียงแค่เป็นการ Design ที่ดี ใช้สีที่เข้ากันได้

    15.ถ้าเว็บคุณไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อแสดงเทคนิคการเขียนเว็บที่ล้ำหน้าเกินเว็บคนอื่น ๆ
    พยายามอย่าใช้เทคนิคที่ล้ำหน้าจน
    ผู้เยี่ยมชมตามไม่ทัน
    ถ้าคุณต้องใช้เทคนิคที่ล้ำหน้า ควรเขียนเว็บทั้ง 2 Version เพื่อให้ผู้ที่รองรับได้และไม่ได้สามารถเข้าชมได้

    16.ทดลองทดสอบการโหลดเว็ โดย Upload เว็บไปที่ Server เพื่อจะได้รู้ความเร็วจริง ๆ เพราะถ้าคุณโหลดใน HardDisk
    ไฟล์จะอยู่ Harddisk ลองทดสอบกับ Server จริง ๆ และอย่าลืม ถ้าคุณต้องทดสอบเป็นครั้งที่ 2 และต่อ ๆ ไป ควรจะ Clear Cahe ก่อน

    17.พยายามทำให้ผู้เยี่ยมชมสามารถติดต่อและติชมเว็บเราได้ โดยการใส่ E-mail ใส่เบอร์ ICQ หรืออื่น ๆ ถ้าผู้เยี่ยมชมมี
    ข้อเสนอแนะอะไรก็จะมาบอกเราได้ เพื่อการพัฒนาเว็บต่อ ๆ ไป

    18.แลกลิงค์กับเว็บอื่น ๆ เพื่อเป็นการโปรโมตและประชาสัมพันธ์ เพราะไม่มีทางที่อยู่ดี ๆ จะมีใครมารู้จักเว็บคุณโดยไม่แนะนำ
    และถ้าคุณต้องโปรโมต กรุณาใช้ วิธีที่ขาวสะอาดในการโปรโมต เช่นอาจจะไปประกาศใน Webboard (แต่อย่าประกาศบ่อย)
    อย่าใช้วิธี Spam เพราะมันจะทำลาย First Look ของเว็บคุณ

    19.อย่าได้แม้แต่คิดที่จะหลอกใช้ผู้ชมเป็นเครื่องมือหาเงิน บางเว็บได้ใช้วิธีโกง Banner กับผู้เยี่ยมชม อย่าคิดว่าคุณจะเป็นผู้
    ฉลาดเพียงฝ่ายเดียว จับกันได้ง่ายมาก ไม่เพียงแต่ Rating ตก และเว็บคุณจะโดนประณาม ถ้าอยากถ้าเงินจาก Banner
    ควรใช้วิธีขาวสะอาด แค่ติดไว้ ใส่คำเชิญชวญเล็กน้อย ก็พอแล้วครับ

    20.อย่า Copy เว็บคนอื่นมา คนที่ได้แต่ Copy ของเว็บชาวบ้านเค้า แล้วมารวมใส่เว็บตัวเอง คนที่ Copy อย่างเดียว
    ไม่มีทางได้รู้ว่ากว่าจะมาเป็น 1 งาน กว่าจะมาเป็น 1 เว็บเพจ มันไม่ใช่ง่าย ๆ บางคนต้องแลกด้วยสมอง แลกด้วยเวลา อย่าดูถูก
    ฝีมือตัวเองว่าทำแบบเค้าไม่ได้ เลย Copy มาเลย ให้เกียรติ์ตัวเอง คิดเอง ทำเอง แล้วคุณจะภูมิใจ
    (ผมส่งเสริมให้นำความคิดมาดัดแปลงครับ อย่าลอกเค้ามาทั้งดุ้นเลย อย่าคิดว่าคนอื่น ๆ ไม่รู้)

    ทั้ง 20 ข้อนี้ ไม่ใช่ สูตรสำเร็จในการทำเว็บให้ดัง ให้ดี นำไปใช้ นำไปประยุกต์ 20 ข้อนี้ผมเชื่อว่าช่วยคุณได้แน่ ถ้านำใช้
    และฝากกำลังใจให้กับคนทำเว็บ ให้สร้างสรรค์เว็บดี ๆ ให้กับประเทศไทยครับ

     

    ยินดีด้วย

    จบแล้วครับ หวังว่าคุณคงได้อะไรไม่มากก็น้อยจากเว็บนี้นะครับ ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการทำเว็บเพจ ที่นี่ ได้เลยนะครับ
    สุดท้ายต้องขอโทษและขอขอบคุณคุณ Psnk@thaijaab.com
    ที่ผมลอกมาทั้งเว็บเลย http://www.thaijaab.com/ เป็นโิฮมเพจที่ดีมากเลย
    คุณอาจได้เทคนิคดีดี จากเว็บนี้ก็ได้นะครับ



     

     

     

    www.srakaew.tht.in ทะเบียนเลขที่ 3250200456671 บริการเว็บไซต์พร้อมใช้งาน ไอดีไลน์ 0878334416